Posts

ปัญหากาลปานี

การทะเลาะวิวาทเรื่องการควบคุมพื้นที่กาลปานี ณ จุดเชื่อมต่ออินเดีย เนปาลและจีน ในย่านเทือกเขาหิมาลัย อำเภอปิโถครห์ รัฐอุตตราขัณฑ์ ภาคเหนือ อินเดียตื่นตัวอีกครั้ง หลังจากอินเดียพิมพ์แผนที่ฉบับแก้ไขปรับปรุงออกมา ติดตามจากการแบ่งรัฐชัมมูและแคชเมียร์ออกเป็นสองสหภาพอาณาเขต เนปาลอ้างสิทธิเหนือส่วนหนึ่งของกาลปานีและพื้นที่ข้างเคียงซึ่งพิสูจน์ให้เห็นในแผ่นที่ว่าเป็นอาณาเขตของอินเดีย ว่าเป็นของตน การทะเลาะวิวาทเรื่องกาลปานีย้อนหลังไปที่สนธิสัญญา Sagauli 1816 ระหว่างกษัตริย์แห่งเนปาลและ สนธิสัญญา กำหนดให้แม่น้ำมหากาลีเป็นเขตแดนระหว่างทั้งสองประเทศ โดยปราศจากการบ่งชี้บริเวณต้นกำเนิด หรือ แควของแม่น้ำมหากาลี แต่แผ่นที่เกี่ยวกับอาณาเขตซึ่งพิมพ์ออกมาโดยผู้สำรวจรังวัดแห่งอินเดียภายใต้อังกฤษปกครอง ในภายหลังกำหนดพื้นที่กาลปานี พื้นที่ลิปู เลข และพื้นที่ลิมปิยะธุราอย่างแจ่มชัดว่าเป็นอาณาเขตของอินเดีย ถึงแม้ว่าเนปาลอ้างสิทธิเหนือพื้นที่ดังกล่าว ซึ่งส่งผลให้เกิดการโต้แย้งเรื่องต้นกำเนิดของแม่น้ำมหากาลี เนปาลอ้างว่า พื้นที่กาลปานีเป็นอาณาเขตที่ยังไม่แก้ไข ในอำเภอธรรจุลา ภาคตะวันตกไกล ทั้งนี้ได้ม...

รัฐมนตรีกระทรวงการต่างระเทศอินเดียเยือนศรีลังกาเพื่อต่อยอดความเกี่ยวพัน

รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศอินเดีย Dr. S. Jaishankar อยู่ที่กรุงโคลัมโบเพื่อพบ นายโคตภัย ราชปักสา ประธานาธิบดีศรีลังกาคนที่ 7 ที่ได้รับแต่งตั้งใหม่ ประธานาธิบดีศรีลังการับคำเชิญของนายกรัฐมนตรีอินเดียให้ไปเยือนอินเดียที่มอบให้โดย Dr. Jaishankar การเยือนดังกล่าวนี้จะมีขึ้น วันที่ 29 พฤศจิกายน 2019 ซึ่งจะเป็นการเยือนต่างประเทศเป็นทางการครั้งแรกของประธานาธิบดีศรีลังกา โดยการส่งรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศอินเดียไปพบนายโคตภัย ราชปักสา อินเดียได้อธิบายให้แจ่มแจ้งประเด็นต่างๆอย่างฉับพลันว่า พร้อมที่จะทำงานร่วมกับรัฐบาลศรีลังกาชุดใหม่และต่อยอดความสัพันธ์เพื่อผลประโยชน์ร่วมกัน นอกเหนือจากอินเดียแล้ว สหรัฐฯ ปากีสถาน อิหร่านและจีน ยังได้แสดงความยินดีกับนายโคตภัย ราชปักสา สหภาพยุโรป ระมัดระว้งเกี่ยวกับคำตัดสินสุดท้ายและเร่งเร้าให้ประธานาธิบดีศรีลังกาที่ได้รับเลือกใหม่แสดงความเคารพต่อความรับผิดชอบในสิทธิมนุษยชนของประเทศเกาะ ชัยชนะขาดลอยของนายโคตภัย ราชปักสา จะทำให้สมรรถภาพของพรรคศรีลังกาโปดุชนเปรามุนามั่นคงขึ้น แม้กระทั่งในรัฐสภาของประเทศในอนาคต นายมหินท์ ราชปักสาอดีตประธานาธิบดี...

สมัยประชุมครั้งที่ 250 ของราชยสภา

เนื่องจากราชยสภา (สภาสูงของรัฐสภาอินเดีย)ครบสมัยประชุมครั้งที่ 250 ทั้งนี้มีความจำเป็นที่จะต้องหวนคิดถึงบทบาทที่สำคัญในการทำให้ประชาธิปไตยอินเดียก้าวหน้า ตั้งแต่การเริ่มต้น ปี 1952 นับจากการผ่านร่างกฎหมายการสมรสและการหย่าร้างของชาวฮินดู 1952 ไปถึงร่างกฎหมายสตรีมุสลิม (การพิทักษ์สิทธิในการสมรส) 2019 จนกระทั่งถึงร่างกฎหมายการแบ่งส่วนราชการรัฐชัมมูและกัศมีร์ใหม่ 2019 ราชยสภาได้ทิ้งไว้ซึ่งเครื่องหมายที่ลบไม่ออกในประวัติศาสตร์การเมืองที่ยาวนานของอินเดีย รองประธานาธิบดี นายเอ็ม เวงเกียะ นัยดู ประธานราชยสภา ให้ข้อสังเกตอย่างเหมาะสมว่า สภาสูง มีประสบการณ์ที่ยาวนานในการรองรับสิ่งท้าทายและเติมเต็มควมต้องการของประเทศเป็นครั้งคราว “แต่เราชาวอินเดียยังจะต้องเดินทางอีกไกลเพื่อที่จะทำให้ประเทศสมปรารถนาครบสมบูรณ์ผ่านการเติมเต็มเวลาและโอกาสที่เสียไปด้านการทำหน้ที่ของราชยสภาเอง” รองประธานาธิบดีกล่าว นับจากการประชุมครั้งแรก เมื่อวันที่ 13 พฤษภาคม 1952 จนกระทั่งถึงสมัยประชุมครั้งที่ 249 เมื่อวันที่ 7 มิถุนายน 2019 สภาสูง มีการประชุมรวมทั้งหมด 5,466ครั้ง ในระหว่างระยะเวลานี้ ได้ผ่านร่างกฎหมายรวมท...

ความสัมพันธ์ อินเดีย-ภูฐานพร้อมที่จะเติบโตเพิ่มขึ้น

การเยือนอินเดียนานหนึ่งสัปดาห์ของรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศภูฐาน Lyonpo (Dr.) Tandi Dorji วางเกณฑ์มาตรฐานใหม่ให้กับความสัมพันธ์ทวิภาคี ในระหว่างการเยือน Dr. Dorji ได้มีการแลกเปลี่ยนความคิดเห็นทวิภาคี กับรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศอินเดีย Dr. S Jaishankar และทบทวนความสัมพันธ์รอบด้านระหว่างอินเดีย-ภูฐาน รวมถึงความร่วมมือด้านเศรษฐกิจ ความเป็นหุ้นส่วนด้านการพัฒนา และความร่วมมือด้านการไฟฟ้าพลังน้ำ ก่อนหน้าการพบรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศอินเดีย Dr. Dorji พบปลัดกระทรวงการต่างประเทศอินเดีย นาย Vijay Gokhale หลังการเยือนนครเดลี รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศภูฐาน จะเดินทางไปเยือนพุทธคยาและราชคฤห์ รัฐพิหาร จากนั้นจะเดินทางไปเยือนเมืองโกลกาตา ณ ที่นี่จะพบผู้ว่าการรัฐ และมุขมนตรีรัฐ เบงกอลตะวันตก การเยือนของ Lyonpo Tandi Dorji เป็นการรักษาประเพณีการเยือนเป็นประจำและการแลกเปลี่ยนความคิดเห็นในระดับสูงสุดระหว่างทั้งสองประเทศ การเยือนเกิดขึ้นในขณะที่พรรค ‎Druk Nyamrup Tshogpa (DNT) นำโดยนายกรัฐมนตรี Lotay Tshering อยู่ในอำนาจครบหนึ่งปี วันที่ 7 พฤศจิกายน 2019 รัฐบา...

โคตาภัย ราชปักสาได้รับเลือกเป็นประธานาธิบดีคนที่เจ็ดของศรีลังกา

การเลือกตั้งประธานาธิบดีจัดขึ้นที่ศรีลังกา วันเสาร์ นายโคตาภัย ราชปักสา แห่งพรรคศรีลังกาโปทุชนเปรามุนาได้รับเลือกตั้งเป็นประธานาธิบดีคนที่ 7 ของประเทศโดยได้คะแนนสียง 52.25 % และจะทำสัตย์ปฏิญาณเข้ารับตำแหน่ง ที่เมือง อนุราธปุระ ผู้นำโลกรวมถึงนายกรัฐมนตรีอินเดียได้แสดงความยินดีกับ นายโคตาภัย ราชปักสา เนื่องในโอกาสนี้ นายกรัฐมนตรีโมดี ในสารถึงนายโคตาภัย ราชปักสา ได้แสดงคำมั่นสัญญาของท่านที่จะทำงานอย่างใกล้ชิดกับประธานาธิบดีศรีลังกาที่ได้รับเลือกตั้งใหม่เพื่อต่อยอดความสัมพันธ์ระหว่างอินเดียและศรีลังกา ในขณะแสดงความปรารถนาดีในนามของประชาชนอินเดียและของตัวเอง นายกรัฐมนตรีแสดงความเชื่อมั่นว่าภายใต้ความเป็นผู้นำที่หลักแหลมของ นายราชปักสา ประชาชนศรีลังกาจะเจริญก้าวหน้ายิ่งๆขึ้นบนวิถีแห่งสันติภาพและความเจริญรุ่งเรือง และความสัมพันธ์ฉันท์พี่น้อง ทางวัฒนธรรม และอารยธรรมระหว่างอินเดียและศรีลังกาจะประสิทธิภาพมากขึ้น นายกรัฐมนตรีตอกย้ำคำมั่นสัญญาของอินเดียที่จะทำงานกับรัฐบาลศรีลังกาที่ใกล้จะมาถึงเพื่อวัตถุประสงค์เหล่านี้ นายราชปักสาเองได้แสดงความพร้อมที่จะทำงานอย่างใกล้ชิดกับอินเดียเพื่อรับรองการพั...

ปัญหาก่อนหน้าสมัยประชุมภาคฤดูหนาวของรัฐสภา

สมัยประชุมภาคฤดูหนาวของรัฐสภาจะเริ่มตั้งแต่วันที่ 18 พฤศจิกายน จนถึงวันที่ 13 ธันวาคม เป็นไปได้ว่า จำนวนร่างกฎหมายจะยกขึ้นในระหว่างสมัยประชุมภาคฤดูหนาว นอกจากนี้กฤษฎีกาที่สำคัญสองฉบับจัดอยู่ในบัญชีที่จะเปลี่ยนเป็นกฎหมายระหว่างสมัยประชุมนี้ ซึ่งจะมีปัจจัยที่สำคัญสามอย่าง คือ การผลักดันนโยบาย ความสามารถในการผลิต และความเป็นเอกฉันท์ทางการเมืองในปัญหาที่เกี่ยวกับผลประโยชน์ที่สำคัญของชาติ สมัยประชุมภาคฤดูหนาวของรัฐสภาคาดว่าจะโกลาหล เนื่องจากฝ่ายหวังที่จะต้อนรัฐบาลเข้ามุมในเรื่องต่างๆทางสังคม-การเมือง และเศรษฐกิจ เมื่อสองปีที่ผ่านมา สมัยประชุมภาคฤดูหนาว จัดขึ้นวันที่ 21พฤศจิกายน และสิ้นสุดลงสัปดาห์แรกของมกราคม ถึงแม้ว่าสมัยประชุมภาคฤดูมรสุมปีนี้ได้เห็นการผ่านร่างกฎหมายที่สำคัญ เช่น ทริปเปิ้ล ตาลาก (การกล่าววาทกรรมหย่าร้างภรรยาโดยสามีในหมู่คนมุสลิม) กฎหมายยานยนต์ และการแก้ไขเพิ่มเติมกฎหมายสำนักสอบสวนแห่งชาติ แต่จุดเด่นแห่งสมัยประชุมภาคฤดูมรสุม คือ การเพิกถอนมาตรา 370 และกฎหมายการแบ่งส่วนราชการรัฐชัมมู-กัศมีร์ใหม่ ซึ่งประวิงการรวมรัฐนี้เข้ากับสายธารหลักแห่งชาติโดยสมบูรณ์ เป็นไปได้ว่า...

อินเดียต่อยอดความสัมพันธ์กับสมาชิกบริคส์

ในการเชื่อมต่อพหุภาคีของอินเดีย บริคส์ครอบครองช่องว่างทางยุทธศาสตร์ที่สำคัญมากในนโยบายต่างประเทศ นับตั้งแต่ กลุ่มสี่ชาติเกิดมีขึ้น ท่ามกลางการผลัดเปลี่ยนของภูมิรัฐศาสตร์และภูมิเศรษฐศาสตร์ เศรษฐกิจที่เกิดใหม่ของกลุ่มประเทศบริคส์ เป็นเอกลักษณ์ที่สำคัญซึ่งจะต้องคำนึงถึงโดยโลกส่วนใหญ่ ในบริบทนี้ การเข้าร่วมของนายกรัฐมนตรี นเรนทร์ โมดี ในการประชุมสุดยอดบริคส์ครั้งที่ 11ที่บราซิเลีย เมืองหลวงบราซิล สันนิษฐานว่าเป็นแรงฉุด ก่อนหน้าการประชุมสุดยอด ในขณะเน้นความสำคัญของการประชุมสุดยอด นายกรัฐมนตรี โมดี เปิดเผยว่า อินเดียและประเทศบริคส์อื่นๆมองไปที่การสร้างกลไกเพื่อความร่วมมือในการต่อต้านการก่อการร้ายภายในกรอบของบริคส์ นายกรัฐมนตรีอินเดีย ในคำปราศรัยต่อสภาธุรกิจบริคส์ ได้เน้นว่าประเทศเหล่านี้ร่วมกันประกอบเป็น 50% ของการเติบโตทางเศรษฐกิจโลก และว่า “ทั้งๆที่การตกต่ำทางเศรษฐกิจบนโลกใบนี้ ประเทศบริคส์ ได้เร่งการพัฒนาทางเศรษฐกิจให้เร็วขึ้น ผลักดันให้คนจำนวนล้านๆรอดพ้นจากความจน และประสบความสำเร็จใหม่ๆในด้านเทคโนโลยีและนวัตกรรม...ขนาดตลาดของเรา ความหลากหลาย และการเติมเต็มของเราเป็นประโยชน์ซึ่งกันแ...