การก้าวไปข้างหน้าของอินเดียสู่การเป็นมหาอำนวจโลก


เมื่อพูดถึงการตัดสินใจที่จริงจังกว่า ไม่มีใครสามารถเที่ยบเท่ากับนายกรัฐมนตรี นเรนทร์ โมดี ซึ่งเห็นได้อย่างเด่นชัดตอนที่ท่านกล่าวว่ารัฐบาลชุดที่สองจะเริ่มการยาตราใหม่ไปสู่การสร้าง “อินเดียใหม่พร้อมกำลังความสามารถใหม่” ถ้อยแถลงของนายกฯ ที่ห้องโถงกลางของรัฐสภานั้นสนธิกับการบรรยายที่ท่านตั้งไว้เพื่อสร้างอินเดียที่เป็นความฝันของคนอินเดียทุกถ้วนหน้าโดยประมาณปี 2022 ความฝันนี้ไม่เฉพาะจำกัดอยู่ที่การจัดหาการรักษาสุขภาพ การศึกษาที่มีคุณภาพและสิ่งอำนวยความสะดวกพื่นฐานอื่นอีกให้กับคนอินเดียทุกถ้วนหน้าในห้าปีข้างหน้าเท่านั้น หากยังจะนำประเทศไปสู่จุดสุดยอดในเวที่โลกใบนี้อีกด้วย

นายกรัฐมนตรีสร้างคำขวัญใหม่ คือ NARA (ความปรารถนาอันแรงกล้าระดับชาติบวกความทะเยอทะยานระดับภูมิภาค) ตามความหมายในวงกว้างคำขวัญใหม่นี้สอดประสานกับความปรารถนาของอินเดียที่จะเป็นประเทศพัฒนาในอนาคตันใกล้นี้ และสอดรับกับโรดแม๊ปของอินเดียที่จะเป็นศูนย์แห่งนวัตกรรมและความรู้ด้านวิทยาศาสตร์ นอกจากนี้ ยังปรับให้เหมาะสมกับยุทธศาสตร์ของประเทศเพื่อที่จะเป็นปากเสียงที่มีอิทธิพลบนโลกใบนี้

อย่างไรก็ตาม ก่อนหน้าที่จะเป็นความจริง อินเดียจะต้องยืดขยายโครงการโปรประชาชน เช่น Ujwala, Ayushman Bharat และอื่นอีก พร้อมด้วยโครงการสวัสดิภาพกัลกล่าวนี้ อินเดียจะต้องหมุนวงล้อแห่งเศรษฐกิจให้เร็วขึ้นเพื่อว่าประเทศจะเป็นสมาชิกกลุ่มประเทศเศรษฐกิจ 5 ล้าน ล้านดอลลาร์ในห้าปีข้างหน้า และเป็นประเทศเศรษฐกิจที่ใหญ่ที่สุดอันดับสามบนโลกใบนี้โดยประมาณปี 2030 ทั้งนี้และทั้งนั้นย่อมหมายความว่า จีดีพี ของอินเดีย จะสัมผัส 10 ล้าน ล้านดอลลาร์ ซึ่งเอื้ออาทรโดยการเติบโตด้นกาบริโภคและการลงทุน ความปรารถนาเพื่อการเติบโตนี้ขับเคลื่อนโดยความทะเยอทะยานพื่อผลักดันอินเดียไปสู่สันนิบาติแห่งชาติระดับยอดของโลก

อย่างไรก็ตามหากการยืดขยายเศรษฐกิจและการลงทุนเป็นมุมหนึ่งของความฝันของนายกรัฐมนตรี นเรนทร์ โมดี เกี่ยวกับการสร้างอินเดียใหม่ การทำให้ประเทศมีอิทธิพลทางการเมือง การทูต และยุทธศาสตร์ก็เป็นมุมอีกมุมหนึ่งของความทะเยอทะยานของอินเดีย นายกรัฐมนตรีกล่าวซ้ำว่า ห้าปีข้างหน้าจะมีความสำคัญมากในประวัติศาสตร์ของประเทศ ด้วยช่วงปี 1942 และ 1947 เป็นช่วงที่ประชาชนจากสาขาอาชีพ ภูมิภาค และอำเภอต่างๆ ร่วมอกร่วมใจกันกำจัดการปกครองของอังกฤษ เช่นเดียวกัน คนอินเดียทุกถ้วนหน้าต้องการจิตวิญญาณเดียวกันในการกำจัดการปัญหาเพื่อว่าจะสามารถครองตำแหน่งที่แน่นอนในระเบียบโลก

ในทำนองเดียวกันเสียงสะท้อนที่ถูกต้องจะต้องถูกสร้างขึ้นที่เวทีการเมืองและการทูตทั่วโลกสำหรับสมาชิกของอินเดียในคณะมนตรีความมั่นคงแห่งสหประชาชาติ (UNSC) ในบริบทนี้นิวเดลีเรียกร้องให้สมาชิกขององค์กรความร่วมมือเซี่ยงไฮ้ (SCO) ในระดับรัฐมนตรีต่างประเทศพบกันที่บิชเคกเพื่อสนับสนุนความพยายามในการปฏิรูปที่ครอบคลุมของสหประชาชาติ

คณะมนตรีความมั่นคงจะทำให้มีตัวแทนมากขึ้นและมีประสิทธิภาพถือว่ามีความสำคัญ ในช่วงหลายปีที่ผ่านมาอินเดียอยู่ในระดับแนวหน้าในการเรียกร้องให้ UNSC ขยายตัว แต่ประเทศหนึ่งหรือสองประเทศต่อต้านการเปลี่ยนแปลงโครงสร้างใด ๆ ของระบบปัจจุบันขององค์กรผู้มีอำนาจยับยั้งของสหประชาชาติ ดังนั้นความต้องการการขยายตัวของ UNSC จึงไม่เพิ่มขึ้น อย่างไรก็ตามด้วยการเพิ่มขึ้นของสถานะทางเศรษฐกิจของอินเดียและเคมีส่วนบุคคลของนายกรัฐมนตรี Modi กับผู้นำระดับโลกเกือบทั้งหมดการปฏิรูป UNSC ได้รับความสำคัญในอดีตที่ผ่านมา

ในฐานะประเทศที่รับผิดชอบของโลกอินเดียมีบทบาทสำคัญในหลาย ๆ ด้านรวมถึงปัญหาสิ่งแวดล้อม นิวเดลีได้ตกลงที่จะเป็นหัวหน้า International Solar Alliance (ISA) ซึ่งมีจุดมุ่งหมายเพื่อใช้ประโยชน์จากพลังงานแสงอาทิตย์เพื่อลดการพึ่งพาเชื้อเพลิงฟอสซิล ความใฝ่ฝันของ“ อินเดียใหม่” สนับสนุนวาระนี้ อินเดียกำลังติดพันที่จะมีบทบาทมากขึ้นในกิจการระหว่างประเทศหลายประเทศ อย่างไรก็ตามอินเดียยังคงรักษาสถานะทางการทูตอย่างรอบคอบโดยยึดตำแหน่งที่เป็นผู้ใหญ่ในประเด็นปัญหาระดับโลก วิสัยทัศน์ของนิวเดลีเกี่ยวกับ“ VasudhaivaKutumbakam” (โลกเป็นครอบครัวเดียวกัน) อธิบายวัตถุประสงค์ของนโยบายต่างประเทศของตนอย่างเหมาะสม

Comments

Popular posts from this blog

การเยือนของประธานาธิบดีแซมเบียต่อยอดความสัมพันธ์อินเดีย-แซมเบีย

สุนทรพจน์ของนายกรัฐมนตรีในวันประกาศอิสรภาพสะท้อนวิสัยทัศน์ใหม่ของอินเดีย

สมัยประชุมครั้งที่ 250 ของราชยสภา