ปากีสถานประกันตัวฮาฟิซ ซาอิดอีกครั้ง
ข่าวเกี่ยวกับศาลป้องกันและปราบปรามการก่อการร้ายปากีสถาน ที่เมืองลาฮอร์ ซึ่งยินยอมให้นายฮาฟิซ มุหมัด ซาอิด หัวโจกกลุ่ม Jamaat-ud-Da’awa (JuD)ที่ถูกห้ามและคนอื่นอีกสามคนประกันตัวนั้นได้เปิดเผยออกมา นั่นหาใช่เรื่องประหลาดแต่อย่างใด คดีเกี่ยวข้องกับการฮุบที่ดินเพื่อสร้างโรงเรียนสอนอิสลามและการให้เงินช่วยการก่อการร้าย
การประกันตัวชั่วคราวได้ยินยอมให้ซาอิด นายฮาฟิซ มาซูด น้องชายของเขาและอีกสองคนในจำนวนผู้ก่อตั้งกลุ่ม Lashkar-e-Taiba คือ อมีร์ ฮัมซา และมาลิก ซาฟาร์ จนถึงวันที่ 31 โดยวางเงินประกันตัวแต่ละคนที่ 50,000 รูปีปากีสถาน
ทั้ง อมีร์ ฮัมซา และมาลิก ซาฟาร์ เป็นคนรับผิดชอบในการระดมทุนให้กับกลุ่ม Jamaat-ud-Da’awa รายงานที่ไม่ยืนยัน ชี้แนะเมื่อปีก่อนว่า ฮัมซาได้แยกตัวจากกลุ่ม Lashkar-e-Taiba และตั้งกลุ่มก่อการร้ายของตนเอง ชื่อ กลุ่ม Jaish-e-Manqafa
เป็นที่น่าสังเกตว่า ในสัปดาห์แรกของเดือนกรกฎาคม กรมต่อต้านการก่อการร้ายแห่งปากีสถาน ซึ่งปฏิบัติตามคำสั่งของคณะกรรมการความมั่นคงของชาติ ภายใต้แผนปฏิบัติแห่งชาติ ในเดือนกุมภาพันธ์ 2019 ได้บันทึกแจ้งความมากถึง 23 ฉบับเพื่อฟ้องร้องผู้นำกลุ่ม Jamaat-ud-Da’awa ณ สถานีตำรวจเมืองลาฮอร์ เมืองคุชรันวาลา เมื่องมุลตาน เมืองไฟซาลสบาดและเมืองสารโคธา กรมฯได้บันทึกข้อหาเจ้าหน้าที่ของกลุ่ม Jamaat-ud-Da’awa 13 คน ซึ่งรวมถึงผู้นำระดับยอดสี่คนของกลุ่ม ในเดือนพฤษภาคม น้องเขยของซาอิด นายอับดุล เรห์มาน มักกี พร้อมด้วยผู้นำอาวุโสอีกคน คือ นายโมหัมมัด ชาห์บาซ ถูกนำไปคุมขัง
ทั้ง อมีร์ ฮัมซา และมาลิก ซาฟาร์ เป็นคนรับผิดชอบในการระดมทุนให้กับกลุ่ม Jamaat-ud-Da’awa รายงานที่ไม่ยืนยัน ชี้แนะเมื่อปีก่อนว่า ฮัมซาได้แยกตัวจากกลุ่ม Lashkar-e-Taiba และตั้งกลุ่มก่อการร้ายของตนเอง ชื่อ กลุ่ม Jaish-e-Manqafa
เป็นที่น่าสังเกตว่า ในสัปดาห์แรกของเดือนกรกฎาคม กรมต่อต้านการก่อการร้ายแห่งปากีสถาน ซึ่งปฏิบัติตามคำสั่งของคณะกรรมการความมั่นคงของชาติ ภายใต้แผนปฏิบัติแห่งชาติ ในเดือนกุมภาพันธ์ 2019 ได้บันทึกแจ้งความมากถึง 23 ฉบับเพื่อฟ้องร้องผู้นำกลุ่ม Jamaat-ud-Da’awa ณ สถานีตำรวจเมืองลาฮอร์ เมืองคุชรันวาลา เมื่องมุลตาน เมืองไฟซาลสบาดและเมืองสารโคธา กรมฯได้บันทึกข้อหาเจ้าหน้าที่ของกลุ่ม Jamaat-ud-Da’awa 13 คน ซึ่งรวมถึงผู้นำระดับยอดสี่คนของกลุ่ม ในเดือนพฤษภาคม น้องเขยของซาอิด นายอับดุล เรห์มาน มักกี พร้อมด้วยผู้นำอาวุโสอีกคน คือ นายโมหัมมัด ชาห์บาซ ถูกนำไปคุมขัง
สื่อมวลชนปากีสถานรายงานว่าภายหลังการสอบสวนโดยละเอียดซึ่งตามมากับการห้ามกลุ่ม Jamaat-ud-Da’awa และมูลนิธิ Falah-i-Insaniyat กองการกุศลของกลุ่ม โดยคณะกรรมการความมั่นคงของชาติ กรมต่อต้านการก่อการร้ายแห่งปากีสถานพบว่ากลุ่ม Jamaat-ud-Da’awa เชื่อมโยงกับการให้เงินช่วยการก่อการร้าย ผ่านการระดมเงินจำนวนมหาศาลโดยอาศัยมูลนิธิ Falah-i-Insaniyat และทรัสต์ต่างๆ เช่น Al-Anfaal Trust, Dawat-ul-Irshad Trust และ Muaz Bin Jabal Trust. เป็นที่เข้าใจว่ารัฐบาลได้เข้าควบคุมองค์กรดังกล่าวข้างต้นเรียบร้อยแล้ว
จากมุมมองดังกล่าวข้างต้น การยินยอมให้นายฮาฟิซ มุหมัด ซาอิด หัวโจกกลุ่ม Jamaat-ud-Da’awa (JuD)ที่ถูกห้ามและคนอื่นอีกสามคนประกันตัว โดยศาลป้องกันและปราบปรามการก่อการร้ายปากีสถาน เมืองลาฮอร์ ส่อแสดงให้เห็นอย่างชัดเจนว่าไม่เพียงการบกพร่องของความจริงจังตามส่วนของหน่วยงานบังคับกฎหมายเท่านั้นที่จะฟ้องร้องผู้นำกลุ่ม Jamaat-ud-Da’awa เพราะการเชื่อมโยงกับการให้เงินช่วยการก่อการร้าย หากยังมีความร้าวฉานระหว่างสถาบันต่างๆในปากีสถานอีกด้วย
รัฐบาลปากีสถานไม่ได้ดำเนินการแบบสุกเอาเผากินดังกล่าวเป็นครั้งแรก ก่อนนี้ ฮาฟิซ มุหมัด ซาอิด ถูกปล่อยตัวโดยศาลลาฮอร์ เมื่อพฤศจิกายน 2017 ภายหลังสิบเดือนชองการกักบริเวณให้อยู่ภายในบ้าน ซาอิดรู้ดีว่าหน่วยงานของรัฐจะประกันความเสียน้อยที่สุดสำหรับเขาและองค์กรของเขา ในขณะที่การกระทำแบบผักชีโรยหน้าจะรายงานอย่างเกรียวกราวในสื่อมวลชน ว่าเป็นมาตรการที่รัฐบาลปฏิบัติการเพื่อต่อต้านกลุ่มก่อการร้ายที่ปฏิบัติการในผืนแผ่นดินของตน
ตามความเป็นจริงปากีสถานได้ดำเนินการมาตรการเพราะความกดดันจากประชาคมโลกเพียงเท่านั้น ในระหว่างการประชุมทบทวนที่ Orlando สหรัฐฯ เดือนที่แล้ว กองกำลังปฏิบัติการเฉพาะกิจทางการเงินได้แสดงความกังวลในเรื่องความล้มเหลวของปากีสถานที่จะทำให้แผนปฏิบัติการเสร็จสมบูรณ์ ตามกำหนดเดือนพฤษภาคม 2019
กองกำลังปฏิบัติการเฉพาะกิจทางการเงินขอให้ ปากีสถานทำให้แผนปฏิบัติการเสร็จสมบูรณ์ลง เดือนตุลาคม 2019 มิฉะนั้นแล้ว ปากีสถานอาจจะถูกแบล็กลิสต์ให้เป็นประเทศที่น่าวิตกกังวล
ด้วยเหตุนี้ เป็นภารกิจของปากีสถานที่จะต้องสาธิตว่า การดำเนินคดีตามกฎหมายกับการให้เงินช่วยการก่อการร้ายส่งผลให้มีประสิทธิภาพ ได้สัดส่วนและเพิ่มสมรรถภาพและการสนับสนุนอัยการและฝ่ายตุลาการ
การฟ้องร้องนายฮาฟิซ มุหมัด ซาอิด หัวโจกกลุ่ม Jamaat-ud-Da’awa (JuD)ที่ถูกห้ามและคนอื่น ไม่มีความรุนแรงพอ ซึ่งจะเห็นได้จากคำอุทธรณ์ของทนายความของซาอิดที่ยื่นศาล
นอกเหนือจากความดกดันของกองกำลังปฏิบัติการเฉพาะกิจทางการเงินแล้ว การเคลื่อนไหวปะเหมาะกับการเดินทางไปเยือนสหรัฐฯของนายกฯอิมหร่าน ข่าน ปลายสัปดาห์นี้ เพื่อแสดงว่า ปากีสถานพร้อทที่จะจัดการเรื่องการก่อการร้ายที่ปฏิบัติการจากดินแดนของตน
การเชื่อมต่อทางโครงสร้างระหว่างปากีสถานกับกลุ่มการก่อการร้าย เช่น Lashkar-e-Taiba นั้นเหนี่ยวแน่นมากที่รัฐจะดำเนินการมาตรการต่อต้านผู้ก่อการร้ายระดับโลก เช่น ฮาฟิซ ซาอิด
จากมุมมองดังกล่าวข้างต้น การยินยอมให้นายฮาฟิซ มุหมัด ซาอิด หัวโจกกลุ่ม Jamaat-ud-Da’awa (JuD)ที่ถูกห้ามและคนอื่นอีกสามคนประกันตัว โดยศาลป้องกันและปราบปรามการก่อการร้ายปากีสถาน เมืองลาฮอร์ ส่อแสดงให้เห็นอย่างชัดเจนว่าไม่เพียงการบกพร่องของความจริงจังตามส่วนของหน่วยงานบังคับกฎหมายเท่านั้นที่จะฟ้องร้องผู้นำกลุ่ม Jamaat-ud-Da’awa เพราะการเชื่อมโยงกับการให้เงินช่วยการก่อการร้าย หากยังมีความร้าวฉานระหว่างสถาบันต่างๆในปากีสถานอีกด้วย
รัฐบาลปากีสถานไม่ได้ดำเนินการแบบสุกเอาเผากินดังกล่าวเป็นครั้งแรก ก่อนนี้ ฮาฟิซ มุหมัด ซาอิด ถูกปล่อยตัวโดยศาลลาฮอร์ เมื่อพฤศจิกายน 2017 ภายหลังสิบเดือนชองการกักบริเวณให้อยู่ภายในบ้าน ซาอิดรู้ดีว่าหน่วยงานของรัฐจะประกันความเสียน้อยที่สุดสำหรับเขาและองค์กรของเขา ในขณะที่การกระทำแบบผักชีโรยหน้าจะรายงานอย่างเกรียวกราวในสื่อมวลชน ว่าเป็นมาตรการที่รัฐบาลปฏิบัติการเพื่อต่อต้านกลุ่มก่อการร้ายที่ปฏิบัติการในผืนแผ่นดินของตน
ตามความเป็นจริงปากีสถานได้ดำเนินการมาตรการเพราะความกดดันจากประชาคมโลกเพียงเท่านั้น ในระหว่างการประชุมทบทวนที่ Orlando สหรัฐฯ เดือนที่แล้ว กองกำลังปฏิบัติการเฉพาะกิจทางการเงินได้แสดงความกังวลในเรื่องความล้มเหลวของปากีสถานที่จะทำให้แผนปฏิบัติการเสร็จสมบูรณ์ ตามกำหนดเดือนพฤษภาคม 2019
กองกำลังปฏิบัติการเฉพาะกิจทางการเงินขอให้ ปากีสถานทำให้แผนปฏิบัติการเสร็จสมบูรณ์ลง เดือนตุลาคม 2019 มิฉะนั้นแล้ว ปากีสถานอาจจะถูกแบล็กลิสต์ให้เป็นประเทศที่น่าวิตกกังวล
ด้วยเหตุนี้ เป็นภารกิจของปากีสถานที่จะต้องสาธิตว่า การดำเนินคดีตามกฎหมายกับการให้เงินช่วยการก่อการร้ายส่งผลให้มีประสิทธิภาพ ได้สัดส่วนและเพิ่มสมรรถภาพและการสนับสนุนอัยการและฝ่ายตุลาการ
การฟ้องร้องนายฮาฟิซ มุหมัด ซาอิด หัวโจกกลุ่ม Jamaat-ud-Da’awa (JuD)ที่ถูกห้ามและคนอื่น ไม่มีความรุนแรงพอ ซึ่งจะเห็นได้จากคำอุทธรณ์ของทนายความของซาอิดที่ยื่นศาล
นอกเหนือจากความดกดันของกองกำลังปฏิบัติการเฉพาะกิจทางการเงินแล้ว การเคลื่อนไหวปะเหมาะกับการเดินทางไปเยือนสหรัฐฯของนายกฯอิมหร่าน ข่าน ปลายสัปดาห์นี้ เพื่อแสดงว่า ปากีสถานพร้อทที่จะจัดการเรื่องการก่อการร้ายที่ปฏิบัติการจากดินแดนของตน
การเชื่อมต่อทางโครงสร้างระหว่างปากีสถานกับกลุ่มการก่อการร้าย เช่น Lashkar-e-Taiba นั้นเหนี่ยวแน่นมากที่รัฐจะดำเนินการมาตรการต่อต้านผู้ก่อการร้ายระดับโลก เช่น ฮาฟิซ ซาอิด
Comments
Post a Comment