การเยือนภูฐานของนายกรัฐมนตรีอินเดียเพื่อต่อยอดความสัมพันธทวิภาคี
นายกรัฐมนตรี นเรนทร์ โมดี เยือนภูฐานทางการสองวันตามคำเชิญของนายกรัฐมนตรีภูฐาน ดร. โลเตย์ เชริง โดยมีคณะผู้แทนระดับสูงติดตามการเยือน ทั้งนี้เป็นการเยือนภูฐานครั้งแรกหลังสืบทอดอำนาจสมัยที่สอง นอกจากนี้ยังเยือนมอลดีฟส์และศรีลังกา เมื่อไม่นานมานี้ การเยือนประเทศเพื่อนบ้านทั้งสามนี้ ชี้แนะว่าอินเดียสืบสานการให้ความสำคัญต่อ “นโยบายเพื่อนบ้านเป็นอันดับแรก”
การเยือนภูฐานเกิดขึ้นในขณะที่อินเดียกำลังเชื่อมต่ออย่างจริงจังในระดับระหว่างประเทศเพื่อต่อต้านความพยายามของปากีสถานที่จะทำให้ปัญหาชัมมู-กัศมีร์เป็นสากล ก่อนนี้ ภูฐานได้ต้อนรับการตัดสินใจของอินเดียที่จะเพิกถอนสถานะพิเศษของรัฐชัมมู-กัศมีร์ โดยเรียก การตัดสินใจดังกล่าวว่า กล้าหาญ ไม่หวาดหวั่น และมองไปข้างหน้า ทั้งยอมรับอีกว่า ทั้งยังรับรองอีกว่า รัฐชัมมู-กัศมีร์เป็นเรื่องภายในของอินเดียโดยไม่เจือปน
ภูฐานให้ความสำคัญสุดยอดต่อการเยือน เพราะมีความสัมพันธ์เป็นพิเศษกับอินเดีย ดร. โลเตย์ เชริงรอให้การต้อนรับนายโมดี ที่สนามบิน นายกรัฐมนตรี นเรนทร์ โมดีเข้าเฝ้ากษัตริย์และราชินีแห่งภูฐาน นายโมดี เรียกความสัมพันธ์ว่าเป็นเสาเอกแห่งนโยบาย “เพื่อนบ้านเป็นอันดับแรก”
นายกรัฐมนตรีอินเดียมีการเจรจาระดับคณะผู้แทนกับนายกรัฐมนตรีภูฐาน ขั้นตอนเพื่อต่อยอดความเป็นหุ้นส่วนอินเดีย-ภูฐานในด้านต่างๆได้มีการแลกเปลี่ยนความคิดเห็น นายโมดีได้ปฏิสัมพันธ์กับนักการเมืองอาวุโสอื่นอีก รวมทั้ง ดร. เปมา กยัตโช ผู้นำฝ่ายค้าน นอกไปจากนั้นยังกล่าวปราศรัยต่อนักศึกษามหาวิทยาลัยหลวงภูฐาน
การเยือนสะท้อนกลับกระแสใหม่ในการแลกเปลี่ยนระดับสูงระหว่างอินเดีย-ภูฐาน ก่อนนี้ นายกรัฐมนตรีภูฐาน ดร. โลเตย์ เชริง เยือนอินเดีย เดือนธันวาคม 2018 ซึ่งเป็นการเยือนต่างประเทศครั้งแรก ทันทีหลังการจัดตั้งรัฐบาลชุดใหม่ ที่นครเดลี พฤษภาคม 2019 ดร. เอส ชัยศังกร รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศอินเดียเยือนภูฐานเป็นทางการ
ตั้งแต่การสถาปนาความสัมพันธ์ทางการทูต ปี 1968 ระหว่างอินเดีย-ภูฐาน ปรากฏว่าเป็นความสัมพันธ์ฉันท์เพื่อบ้านที่ประสบความสำเร็จสุดยอดในเอเชียใต้เพราะมีคุณลักษณะพิเศษ เช่น ความไว้วางใจ ความเข้าใจซึ่งกันและกัน และการเติบโตเต็มที สนธิสัญญามิตรภาพและความร่วมมือระหว่างอินเดีย-ภูฐานซึ่งลงนาม ปี1949 (ปรับปรุงใหม่ กุมภาพันธ์ 2007) ยังคงเป็นเสาหลักแห่งความสัมพันธ์ ทั้งๆที่ขะมีอสมการต่างๆ แต่ทั้งสองประเทศพึ่งพาอาศัยซึ่งกันและกัน
ทั้งสองประเทศมีการจัดเตรีมทางสถาบันหลากหลายในด้าน เช่น ทรัพยากรน้ำ การค้าและการขนถ่ายสินค้า ความร่วมมือทางเศรษฐกิจ ความมั่นคงและการบริหารชายแดนเป็นต้น อินเดียเป็นคู่ค้ารายและผู้ลงทุนรายใหญ่ที่สุดของภูฐาน อินเดียได้สร้างโครงการไฟฟ้าพลังน้ำ 2000 เมกะวัต
การเยือนครั้งนี้เห็นการลงนามบันทึกความเข้าใจสิบฉบับในด้านต่างๆ เช่น การวิจัยอวกาศ ความตกลงเพื่อซื้อไฟฟ้า ความร่วมมือด้านการศึกษาทางเทคโนโลยีนอกเหนือจากนั้น ทั้งสองผู้นำยังร่วมกันเปิดโครงการเขื่อนไฟฟ้ามังเดฉู สถานีดาวเทียมเอเชียใต้ และการเปิดใช้บัตรเครดิต RuPay ในภูฐาน
ยิ่งไปกว่านี้ นายกรัฐมนตรี นเรนทร์ โมดี ได้ประกาศว่า การจัดส่งก๊าซหุ่งต้มจากอินเดียจะเพิ่มจาก 700 เป็น 1000 เมตริกตันต่อเดือน นายโมดี รับรองต่อนายกรัฐมนตรีภูฐานว่า อินเดียจะหึความช่วยเท่าที่เป็นไปได้แก่ภูฐาน เพื่อเติมเต็มความฝันของดร. โลเตย์ เชริงเกี่ยวกับโรงพยาบาลที่ทันสมัยที่สุดในภูฐาน
การเยือนของนายกรัฐมนตรีอินเดียเพื่อที่จะต่อยอดความสัมพันธ์ทางการทูตและทำให้ความสัมพันธี่มีอยู่ระหว่างทั้งสองประเทศเป็นปึกแผ่น ทั้งสองนายกรัฐมนตรีได้มีการแลกเปลี่ยนความคิดเห็นในเรื่องต่างๆและกลไกใหม่เพื่อต่อยอดความสัมพันธ์ในขั้นต่อไป ในระหว่างการพบกันตัวต่อตัว ทั้งสองนายกรัฐมนตรี ได้มีการแลกเปลี่ยนความคิดเห็นในเรื่อง ความร่วมมือด้าน การเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ โครงสร้างพื้นฐาน ปัญหาความมั่นคงและยุทธศาสตร์ การช่วยเหลือของอินเดียทางด้านวิชาการและเศรษฐกิจต่อแผนห้าของ ภูฐาน และปัญหาสำคัญระดับภูมิภาค
Comments
Post a Comment