สุนทรพจน์ของนายกรัฐมนตรีโมดีต่อการประชุมสมัชชาสหประชาชาติ ครั้งที่ 74
นายกรัฐมนตรีอินเดีย นเรนทร์ โมดี กล่าวสุนทรพจน์ต่อการอภิปรายทั่วไปของสมัชชาสหประชาชาติ เมื่อวันศุกร์ ในหัวข้อเรื่อง “ความร่วมมือระหว่างประเทศที่มีประสิทธิภาพเพื่อการขจัดความยากจน การรวมเข้าไว้ด้วยกัน และการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ”
สี่ปีก่อน เมื่อวันที่ 25 ตุลาคม 2015 นายกรัฐมนตรีอินเดีย ได้ร่วมกับผู้นำโลก ณ การประชุมสุดยอดพิเศษของสมัชชาสหประชาชาติเพื่อรับเอา “ระเบียบวาระ 2030” ว่าด้วยการพัฒนาที่ยืนยง ความสำเร็จของอินเดียในการบรรลุถึงเป้าหมายการพัฒนาที่ตั้งไว้ ส่งผลให้เห็นว่าเป็นการช่วยเหลือที่สำคัญต่อการอนุวัตตาม ระเบียบวาระ 2030 อย่างเป็นผลสำเร็จ พร้อมด้วยเป้าหมายในการขจัดความยากจน
สุนทรพจน์ของนายกรัฐมนตรีโมดีได้ให้รายละเอียดเกี่ยวกับการริเริ่มต่างๆซึ่งมีผลกระทบต่อการขจัดความยากจนและการรวมเข้าไว้ด้วยกัน และให้ความหวังใหม่แก่โลก การริเริ่มดังกล่าวนี้ รวมถึงโครงการการรวมเข้าไว้ด้วยกันทางการเงินที่ใหญ่ที่สุดของโลกคือ Jan Dhan Yojana ซึ่งเปิดบัญชีธนาคาร 370 บัญชี ในระยะ 5 ปีเพื่อให้อำนาจประชากรอินเดียที่ยากจน โครงการบัตรอาธร (Aadhar) ให้อำนาจคนอินเดีย 1.2 พันล้านคนทางดิจิทัลผ่านฐานข้อมูลการชันสูตรชีวมาตรและทำให้การทุจริตในวงรัฐบาลบรรเทา การริเริ่มด้านการสาธารณสุข เช่น โครงการสุขาภิบาลที่ใหญ่ที่สุดของโลก หรือการรณรงค์ Swachh Bharat ได้สร้างห้องสุขา 110 ล้านห้องในระยะ 5 ปี เพื่อขจัดการถ่ายอุจจาระและปัสสาวะกลางแจ้ง โครงการการดูแลสุขภาพ ภายใต้ Ayushman Bharat ครอบคลุมการให้การดูแลสุขภาพประชาชน 500 ล้านคน
อินเดียมีข้อผูกมัดต่อการขจัดวัณโรค โดยประมาณ 2025 ต่อการประกันการประปาแก่บ้าน 150 ล้านหลัง ในระยะ 5 ปี และต่อการสร้างบ้าน 20 ล้านหลังสำหรับคนจนโดยประมาณ 2022
ในเรื่องการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ สุนทรพจน์ของนายกรัฐมนตรีโมดี ชี้ให้เห็นการตัดสินใจเพื่อต่อยอดเป้าหมายแห่งชาติเพื่อการกำเนิดพลังงานหมุนเวียนจาก 175 GW เป็น 450 GW และข้อผูกมัดต่อการห้ามพลาสติกใช้ครั้งเดียว ภายในระยะ 5 ปี การริเริ่มดังกล่าวนี้ ให้บริบทกับการริเริ่มความเป็นผู้นำทั่วโลกของอินเดียในเรื่องการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ รวมทั้งพันธมิตรพลังงานจากดวงอาทิตย์ระหว่างประเทศและข้อเสนอเพื่อสร้างสัมพันธมิตรทั่วโลกเพื่อสร้างสาธารณูปโภคพื้นฐานที่ยืดหยุ่นด้านภัยพิบัติซึ่งสามารถรองรับภัยพิบัติทางธรรมชาติ
นายกรัฐมนตรีโมดีเน้นความจริงว่าความสำเร็จของอินเดียในการพัฒนาที่ยืนยงมาจากข้อผูกมัดต่อประชาสงเคราะห์และต่อสันติภาพ อินเดียได้แสดงการมีประสิทธิภาพของการมีส่วนร่วมโดยส่วนรวมสำหรับประชาสงเคราะห์ และความพยายามไม่เพียงเพื่อสวัสดิการของประชาชนเท่านั้น หากยังเพื่อสวัสดิการของโลกอีกด้วย ด้วยเหตุนี้ นายกรัฐมนตรีโมดีจึงกล่าวว่า “คำขวัญของเรา คือ การพัฒนาเพื่อทุกคนถ้วนหน้า ความไว้วางใจของทุกคนถ้วนหน้า”
ในบริบทของสิ่งท้าทายในปัจจุบันซึ่งเผชิญระบบพหุภาคี สุนทรพจน์ของนายกรัฐมนตรีโมดี ชี้ให้เห็น อินเดียเป็นผู้สนับสนุนที่สำคัญต่อระบบพหุภาคี
โดยยึดหลักปรัชญา กระตุ้นให้เห็นวัฒนธรรมอันเก่าแก่หลายศตวรรษของอินเดียที่เน้นชะตากรรมร่วมกันของมวลมนุษย์ เมื่อนายกฯอ้างคำพูดของ Kaniyan Pungundranar กวีชาวทมิฬ “เราเป็นส่วนหนึ่งของสถานที่ทุกแห่งหน และเป็นส่วนหนึ่งของทุกคนถ้วนหน้า” นายกฯเน้นความสำคัญของคำพูดของสวามีวิเวกนันทะที่ฝากให้กับสภาศาสนาโลก คื่อ “ความสามัคคีและสันติภาพ” และคำพูดของมหาตมา คานธี ที่เน้นสัจจธรรมและอหิงสา
ในเรื่องการช่วยเหลือเชิงปฏิบัติเพื่อเสริมสร้างระบบพหุภาคี นายกรัฐมนตรีโมดี ท้าวความว่า แม้ว่าอินเดียจะเป็นผู้ช่วยเหลือด้านการทหารรายใหญ่ที่สุดประเทศเดียวแก่กองกำลังรักษาความมั่นคงสหประชาชาติ “อินเดียเป็นประเทศที่ให้โลก ไม่ใช่สงคราม แต่คำสอนของพระพุทธเจ้าเกี่ยวกับสันติภาพ” ท่านชี้ให้เห็นว่า การก่อการร้ายเป็นสิ่งท้าทายที่ใหญ่ที่สุดซึ่งจำเป็นที่จะต้องต่อต้านในลักษณะร่วมกัน เพื่อเป็นเกีรยติกับมนุษยชาติ
ในขณะพาดพิงถึงเทคโนโลยีใหม่ที่กำลังเปลี่ยน “ชีวิตทางสังคม เศรษฐกิจ ความมั่นคง การเชื่อมต่อ และความสัมพันธ์ระหว่างประเทศ” สุนทรพจน์ของนายกรัฐมนตรีโมดีเน้นความจำต้องการโลกที่พึ่งพาอาศัยกัน
การประชุมสมัชชาสหประชาชาติ ครั้งที่ 74 มีข้อบังคับให้อนุวัตตามข้อมติที่รับเอา เมื่อมิถุนายน 2019 โดยรัฐสมาชิกเพื่อตอกย้ำข้อผูกมัดร่วมของสหประชาชาติต่อระบบพหุภาคีสุนทรพจน์ของนายกรัฐมนตรีโมดี ชี้ให้เห็นลู่ทางที่อินเดียจะเล่นบทบาทที่สำคัญในการสร้างโรดแม๊ปเพื่อบรรลุวัตถุประสงค์ ที่รับเอาโดยการประชุมสุดยอดครบรอบ 75 ปีของสหประชาชาติ วันที่ 21 มิถุนายน 2020
Comments
Post a Comment