การพบกันระหว่างโมดี-สี ตอกย้ำความเป็นหุ้นส่วนเชิงการพัฒนา

นายกรัฐมนตรีนเรนทร์ โมดี พบประธานาธิบดีจีน สี จิ้นผิง ณ เทวาลัยมามัลละปุรัม รัฐทมิฬนาฑู ภาคใต้ “การประชุมสุดยอดไม่เป็นทางการ”ผ่านพ้นไปด้วยดี เกี่ยวกับการแลกเปลี่ยนความคิดเห็นตรงไปตรงมาในเรื่องความกังวลและผลลัพธ์ ซึ่งคาดว่าจะต่อยอดความสัมพันธ์ทวิภาคี เมื่อเล็งเห็นความจริงเกี่ยวกับความปั่นป่วนบนโลกใบนี้และระเบียบระดับภูมิภาค

การประชุมสุดยอดไม่เป็นทางการครั้งที่ 2 ระหว่างผู้นำทั้งสองของประเทศ “ที่กำลังเจริญเติบโตในเวลาเดียวกัน” ในเอเชีย ได้จัดขึ้นในพื้นที่ข้างเคียงเมืองเจนนัย ปลายสัปดาห์ วันแรกอุทิศให้กับปัญหาเชิงยุทธศาสตร์ในวงกว้าง การเชื่อมต่อทางอารยธรรม และเส้นโคจรการพัฒนาของชาติ การค้าและความกังวลด้านความมั่นคงเกี่ยวกับการก่อการร้าย วันที่สองได้มีการแลกเปลี่ยนความคิดเห็นที่เป็นรูปธรรมเกี่ยวกับปัญหาทวิภาคีและเจาะลึกเรื่องความสัมพันธ์ทวิภาคี เป็นต้นว่า เสถียรภาพตามแนวชายแดน การก่อการร้าย การค้า การลงทุน และการติดต่อระหว่างประชาชนของทั้งสองประเทศ

ตามทรรศนศาตร์ การเยี่ยมเทวาลัยมามัลละปุรัมและการบรรยายของนายกรัฐมนตรีนเรนทร์ โมดี ในเรื่องความสำคัญเชิงอารยธรรมตั้งแต่สมัยราชวงศ์ ปัลลวะ ส่งผลให้ผู้นำจีนมีความประทับใจมาก ปักกิ่งได้จัดการสนทนาเรื่องอารยธรรมเอเชีย เมื่อเร็วๆนี้ ถึงแม้ว่าอินเดียจะไม่มีส่วนร่วมการประชุมนี้-เช่น การประชุมสุดยอดการริเริ่ม หนึ่งแถบ หนึ่งเสันทาง ปี 2017 และ 2019 แต่ก็มีผลลัพธ์เชิงก่อบ้างในเรื่องนี้

ทั้งนี้มีการแลกเปลี่ยนความคิดเห็นตรงไปตรงมาในเรื่องมุมมองของกันและกันเกี่ยวกับเรื่องความกังวลมากมาย ปลัดกระทรวงการต่างประเทศอินเดีย นายวิชัย โคขาเล กล่าวอย่างไม่มีเงื่อนไขว่า ปัญหากัศมีร์ไม่เคยยกขึ้น ณ การประชุม หรือฝ่ายจีนเองไม่ได้เอ่ยถึง ณ การประชุมระดับรัฐมนตรีกระทรวงการต่างประเทศเมื่อเร็วๆนี้ที่นครนิวยอร์ก แต่อย่างไรก็ตาม เมื่อเล็งเห็นถึงความไม่แน่นอนในปริมาณการค้า อัตราการเติบโตทางเศรษฐกิจที่เปราะบาง และการสะพัดของการลงทุน ทั้งนายกรัฐมนตรีนเรนทร์ โมดี และประธานาธิบดีจีน สี จิ้นผิง เห็นพ้องกันที่จะทำงานร่วมกันในเรื่องดังกล่าวนี้เพื่อผลประโยชน์ของกันและกัน เป็นประเพณีที่อินเดียและจีน แสดงตัวออกมาในเรื่องโลกหลากขั้วและเรื่องการส่งเสริมกระแสโลกาภิวัฒน์

ปลัดกระทรวงการต่างประเทศอินเดีย นายวิชัย โคขาเล ระบุว่าการปฏิสัมพันธ์ระดับสูงมีปัญหากว้างขวางสิบเจ็ดข้อที่ผู้นำทั้งสองปรึกษาหารือ ระหว่างการประชุม ณ การประชุมสุดยอดหวูฮาน ปัญหาห้าข้อได้ปรากฏขึ้นเพื่อการแลกเปลี่ยนความคิดซึ่งรวมไปถึง “การติดต่อสื่อสารทางยุทธศาสตร์” การรักษาความมั่นคงตามแนวชายแดนโดยการแทรกมาตรการสร้างความเชื่อมั่น การลดการขาดดุลการค้า การดำเนินโครงการร่วมในอัฟกานิสถาน และการยืดขยายการติดต่อระหว่างประชาชนของทั้งสองประเทศ

มีปัญหาหลายข้อในจำนวนห้าข้อถูกตอกย้ำระหว่างการพบกัน ณ เทวาลัยมามัลละปุรัม ยกเว้นเรื่องอัฟกานิสถาน เมื่อเล็งเห็นถึงเหตุการณ์เมื่อเร็วๆนี้เกี่ยวกับการเลิกเกี่ยวพันกับตาลิบานของสหรัฐฯซึ่งละเลยปัญหาอัฟกาน เป็นเรื่องที่น่าสนใจสำหรับสถานการ์ด้านความมั่นคงระดับภูมิภาค

ทั้งนี้ได้มีการบรรลุถึงความก้าวหน้าในเรื่องการจัดตั้งคณะกรรมการระดับสูงโดยมีรัฐมนตรีกระทรวงการพาณิชย์อินเดีย นางนิรมาลา สีตารามัณ กับนายฮู จุนฮัวะเป็นประธาน่วม เพื่อจัดการกับปัญหารการค้าและการลงทุน การขาดดุลการค้าได้กลายเป็นปัญหาโต้เถียงเพราะอินเดียเสียดุลการค้ากับจีนที่ 65 พันล้านเหรียญสหรัฐฯแถมการลงทุนจากจีนในอินเดียค่อนข้างน้อยมาก

นอกจากนี้ ทั้งสองผู้นำได้เน้นการยืดขยายการติดต่อระหว่างประชาชนของทั้งสองประเทศ ในระหว่างการเยือนกรุงนิงเดลี ธันวาคมที่ผ่านมของรัฐมนตรีกระทรวงการต่างประเทศจีน นายหวัง หยี่ ความตกลง “สิบเสา” ได้ลงนามซึ่งรวมไปถึง การส่งเสริมการท่องเที่ยว การแลกเปลี่ยนเยาวชน การประชุมสื่อมวลชนและคลังสมองและการบริหารพิพิธภัณฑ์ ครูสอนภาษาจีน เป็นต้น รัฐมนตรีกระทรวงการต่างประเทศอินเดีย ดร. เอส ชัยศังกร ซึ่งเยือนปักกิ่ง สิงหาคมปีนี้ ยังได้ส่งเสริมเรื่องดังกล่าวข้างต้น เมื่อสองสามวันก่อน อินเดียเปิดเสรี อี-วีซา สำหรับคนจีนเพื่อต่อยอดการท่องเที่ยว

การประชุมสุดยอดไม่เป็นทางการชี้แนะความสัมพันธ์ฉันท์คู่แฝดระหว่างรัฐทมิฬนาฑูและจังหวัดฟูเจียน พร้อมกับการยืดขยายการติดต่อทางทะเล นอกจากนี้สถาบันการศึกษายังจะสถาปนาเพื่อจุดประสงค์เกี่ยวกับการสำรวจการเชื่อมต่อทางทะเลระหว่างอินเดียและจีน

การประชุมสุดยอดไม่เป็นทางการเกือบจะไม่ส่งผลให้เกิดผลลัพธ์ที่เป็นรูปธรรมและแจ่มชัด เพราะการประชุมดังกล่าวส่วนใหญ่มุ่งหมายที่จะสร้างบรรยากาศที่เอื้ออำนวยระหว่างผู้นำ นอกจากนี้ นายกรัฐมนตรีนเรนทร์ โมดี และประธานาธิบดีจีน สี จิ้นผิง ยังประเมินการปฏิบัติการการประชุมสุดยอดไม่เป็นทางการเพราะเปิดโอกาสที่สำคัญเพื่อการส่งเสริมความเข้าใจในระดับผู้นำ ตามแนว “จิตวิญญาณหวูฮาน” และ “การเชื่อมต่อเจนนัย” และตกลงที่จะสืบสานการปฏิบัติการนี้ในอนาคต ประธานาธิบดีจีน สี จิ้นผิง เชิญนายกรัฐมนตรีนเรนทร์ โมดี ไปเยือนจีน เพื่อเข้าร่วมการประชุมสุดยอดไม่เป็นทางการครั้งที่ 3 นายกรัฐมนตรีนเรนทร์ โมดี รับการเชิญ

Comments

Popular posts from this blog

การเยือนของประธานาธิบดีแซมเบียต่อยอดความสัมพันธ์อินเดีย-แซมเบีย

สุนทรพจน์ของนายกรัฐมนตรีในวันประกาศอิสรภาพสะท้อนวิสัยทัศน์ใหม่ของอินเดีย

สมัยประชุมครั้งที่ 250 ของราชยสภา